แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Motivation Quote แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Motivation Quote แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

# เรียนรู้ทุกครั้งจากข้อผิดพลาด

บทเรียนจากโทมัส เอดิสัน




Thomas Edison ตอนทดลองผลิตหลอดไฟ
เขาได้ทดสอบกับวัสดุไปแล้วกว่า 2,000 ชนิด 
ก็ยังได้ผลที่ยังไม่น่าพอใจ 
จนผู้ช่วยของเขาก็เริ่มบ่นว่า 
การทดสอบทั้งหลายทั้งปวงล้วนเป็นการเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา
 ไม่เกิดประโยชน์อันใด น่าจะหยุดได้แล้ว

เอดิสัน ตอบผู้ช่วยของเขาด้วยน้ำเสียงเป็นประกาย
 เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่น ว่า เปล่าเลย เรามาได้ไกลแล้ว และได้เรียนรู้มากมาย 
อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่า
 มีวัสดุกว่า 2,000 ชนิดที่ไม่สามารถนำมาใช้ในการผลิดหลอดไฟได้





ผู้ชนะล้วนเรียนรู้จากข้อผิดพลาด
แต่ผู้แพ้เฝ้าแต่ผิดหวังท้อแท้และหมดกำลังใจ


วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559

#ฮีโร่ในดวงใจและเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง

ภาพของหนุ่มน้อยชาวสิงคโปร์ Joseph Isaac Schooling ที่ถ่ายคู่กับฮีโร่ในดวงใจของเขา Michael Phelps ในปี 2008 และใครจะคิดว่าจากฮีโร่ในดวงใจกลับสร้างแรงผลักดันอย่างมุ่งมั่นที่จะไปยืนเคียงข้างฮีโร่ของเขา... อีก 8 ปีต่อมา Schooling กลับล้ม Phelps และคว้าเหรียญทองมาครองในโอลิมปิคที่บราซิล...
 #Rio2016




# ในสายตาของช่างภาพมืออาชีพ


แล้วคุณจะเชื่ออะไรได้ใน Social Media

ในสายตาของช่างภาพมืออาชีพ 

ภาพที่ดูธรรมดาๆ

ก็อาจเป็นภาพที่สุดมหัศจรรย์ได้


พวกเราล้วนอยู่ในโลกมายา...

และพวกเราก็ล้วนชื่นชมความงาม

ในโลกมายา













Credit: Boredpanda#

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

#จะอยู่กันด้วยการเสแสร้ง..อย่างนั้นเหรอ


บ่อยครั้งที่ที่คนเราอาจต้องฝืนตัวเอง
แสดงออกโดยถูกกรอบของสังคมบีบบังคับ
จนหลายครั้งกริ่งเกรงว่าการกระทำของตนเอง
อาจจะไม่ดี ไม่เหมาะในสายตาคนอื่น



แต่งกายไม่เข้าพวกก็เกรงคำติฉินนินทา
อยากเต้นแร้งเต้นกาก็กลัวไม่เหมาะ


บางทีก็อึดอัดไปนะ
ทำไมคนเราต้องสูญเสียความเป็นตัวเอง
จิตวิญญาณหายไปไหน
หรือมีเพียงศิลปินที่ทำได้





ไม่จำเป็นหรอกที่ทำตัวใหใครเขาชมว่าดี
แค่รู้ว่า.. จิตสำนึกที่เรามี

มันก็ดีพอแล้ว

--------------------

ศัพท์ภาษาอังกฤษบางคำที่น่าสนใจ

"Conscience and Awareness"

จากพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในพิธีสวนสนาม และถวายสัตย์ปฏิญานตน เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ที่ได้ทรงเตือนให้คนไทยได้ สำนึกตระหนัก’ ถึงความเป็นชาติ และอย่าขาดความสามัคคี 
มิฉะนั้นเราก็จะประสบเคราห์กรรมกันทั้งชาติ
หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ ๒ ฉบับที่ได้นำเสนอข่าวในเรื่องนี้ มีการใช้คำที่มีความหมายถึง
 สำนึกตระหนัก’ ที่ทรงใช้ ต่างกันอย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ ขอคัดข้อความตรงนี้ของทั้ง ๒ ฉบับให้ดูเลย
     We can say that if Thais have a lack of awareness   for the country, unity, we all may face calamity.’  ‘If Thais lack a national conscience and lack a sense of unity, the entire country will face misfortune’

     คำ ๒ คำที่ว่านี้ก็คือ ‘conscience’ กับคำว่า ‘awareness’ ความหมายของคำ ๒ คำนี้ เหมือนกันต่างกันอย่างไร 

     คำว่า ‘awareness’ หมายถึงตระหนักรู้ว่าบางสิ่งบางอย่างนั้นมีอยู่ และมีความสำคัญ 
ขณะที่ ‘conscience’ นั้น
 มีความหมายถึงความสำนึกในจิตใจที่จะบอกเราว่าสิ่งที่เรากระทำลงไปนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ 

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ‘con science’ นั้นเกี่ยวข้องไปถึงความรู้สึกผิด ชอบ ชั่ว ดี ถึงการตัดสินว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ ขณะที่ ‘awareness’ นั้นเป็นเพียงแค่ตระหนักรู้ และรู้ถึงความสำคัญของสิ่งนั้นเท่านั้น ไม่มีเรื่องของการตัดสินว่าสิ่งนั้นผิด ชอบ ชั่ว ดี อย่างไร

     ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าฉบับหนึ่งฉบับใดใช้คำผิดนะคะ เพียงแต่อยากให้เราได้มี awareness ว่าการเลือกใช้คำเป็นเครื่องแสดงถึงนัย (sense) ที่ผู้เขียนตั้งใจที่จะสื่อออกไปยังผู้อ่านได้เป็นอย่างดีทีเดียว









Bully, Pretend, กับ Tease 
(แกล้ง รังแก ข่มเหง แสร้ง ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร )

pretend (v.) คล้ายกับคำว่า act (v.) แสดง หรือ เสแสร้ง ซึ่งเป็นด้านลบหรือบวกก็ได้

Quit pretending like you don’t understand what I’m saying!
เลิกเสแสร้งเหมือนว่าตัวเองไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันพูด
Quit acting like you don’t understand. 
เลิกแสดงว่าเธอไม่เข้าใจสักที
Actors are good at pretending.
นักแสดงแสดงได้เก่ง

bully (n.) คนพาล 
Ben is such a bully! 
เบนเป็นคนพาล
Ben is not really a bully. I was just kidding.
เบนไม่ใช่คนพาล ฉันแค่ล้อเล่น
Are you a bully? 
คุณเป็นคนพาลไหม
No, I’m nice. 
ไม่ ฉันใจดี

bully (v.) พาล, ข่มเหง
Don’t bully other students at school. 
อย่ารังแกนักเรียนคนอื่นที่โรงเรียน
Do you like to bully other people?
คุณชอบพาลใส่คนอื่นไหม?
He bullies me sometimes.
เขาพาลใส่ฉันในบางครั้ง

tease (v.) แกล้ง, หยอกเล่น
He likes to tease other people.  
เขาชอบแกล้งคนอื่น
He likes to tease other people because he likes them. 
เขาชอบแกล้งคนอื่นเพราะเขาชอบคนเหล่านั้น
He likes to tease other people because he loves them. 
เขาชอบแกล้งคนอื่นเพราะเขารักคนเหล่านั้น
He likes to tease girls that he loves or that he has a secret crush on. 
เขาชอบแกล้งผู้หญิงที่เขาแอบรัก
I like to tease my cat. But be careful; 
if you tease your cat, he might scratch you! 
ฉันชอบแกล้งแมวของฉัน แต่ต้องระวัง
ถ้าคุณแกล้งแมวของคุณ แมวอาจจะข่วนคุณ!

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

# สิ่งดีๆ มีอยู่ทุกวัน


บนเส้นทางที่ผ่านมา 
เราล้วนพบทั้งความสมหวัง..และผิดหวัง
เราล้วนพบการดีใจ,,เสียใจ 
หัวเราะ และ ร้องให้
สุข...ทุกข์ คละเคล้ากันไป



ขอบคุณชีวิตที่ให้เราได้เจออะไรมามากมาย
ผู้คน เพื่อนฝูง คนรัก ครอบครัว คนแปลกหน้า
ภูเขา แม่น้ำ ทะเล ดอกไม้ ต้นไม้ ใบหญ้า
หลายช่วงเวลาเป็นประสปการณ์อันล้ำค่า
 ไม่ว่า จะร้ายหรือดี



อย่างน้อยสิ่งที่ผ่านมาก็ทำให้ฉันได้รู้ว่า
ไม่มีอะไรที่ทุกข์จีรัง..ไม่มีอะไรที่สุขยั่งยืน
ในดีมีเลว..ในเลวมีดี
ดี หรือ เลว  อยู่ที่จะมองในมุมไหน



เมื่อมองรอบๆ ตัว ล้วนมีสิ่งที่ทำให้เราเป็นสุขได้
ล้วนมีสิ่งที่ทำให้เรายิ้มได้ แม้เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย
เพียงคุณเลือกที่จะมอง
เลือกที่จะทำให้ทุกๆวันของชีวิตพบแต่สิ่งดีๆ


อยากจะมีรอยยิ้มน้อยๆเกิดในใจ
อยากจะเห็นผู้คนต่างก็พร้อมที่จะ...เป็นผู้ให้



อยากจะเห็นดอกไม้ในใจ..เบ่งบานในทุกที่
สิ่งดีๆมีอยู่รอบตัวทุกๆวัน

----------------













วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

#เวลาไม่เคยจำกัดความฝัน

หากมีฝันแล้วทำไมต้องรอ..



ผมชอบบทความของวินทร์ เลียววาริณ ในหนังสือความฝันโง่ๆ 

ได้ตั้งคำถามหนึ่งน่าสนใจ คือ 
ทำไมคนเราต้องทำในสิ่งที่อยากทำในช่วงท้ายของชีวิต 
หากมีฝัน แล้วทำไมต้องรอ


เมื่ออายุมากขึ้น คนมักจะเลิกฝันหรือทิ้งความฝัน 
หรือไม่บางคนก็เคยสะดุดฝันมาแล้วเพียงแค่เริ่มก้าวแรก 
แล้วคิดใหม่ว่าช่วงสุดท้ายของชีวิตที่มีเงินเต็มกระเป๋าเมื่อไร เขาจะทำในสิ่งที่อยากทำ

ทุกคนวาดหวังโดยลืมนึกถึงสัจธรรมของชีวิต
 ซึ่งไม่มีใครรู้หรอกครับว่าวันที่เงินเต็มกระเป๋านั้น
 สุขภาพของเราจะเป็นอย่างไรบ้าง ยังเดินได้ หรือต้องนั่งรถเข็น
การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนกับ ปัจจุบัน
ไปไม่ถึงฝัน ยังดีกว่าไม่ได้ลองทำตามฝัน

บางคนไม่เชื่อว่าตัวเองว่า

มีความสามารถพอที่จะทำให้ความฝันเป็นจริงได้

 เนื่องจากโดนกรอบที่เรียกว่า ความกลัวมาบีบความฝันให้เล็กลง
จนในที่สุดก็ไม่รู้ว่าความฝันเหล่านั้นมันได้สูญหายไปไหน?
และก็มีเหตุผลมาบอกกับตัวเองว่า อายุมากแล้ว


ถ้าหากวันนี้คุณยอมทำลายความฝัน โดยข้ออ้างเรื่องอายุมาก

ลองดูตัวอย่างเหล่านี้ดู เพราะอายุเป็นเพียงตัวเลข

และความฝันไม่เคยหมดอายุ




 หวังเต๋อซุนพ่อเฒ่านายแบบดังเป็นพลุแตกในวัยเฉียด 80




ชีวิตที่สร้างแรงบันดาลใจของ หวังเต๋อซุนจากคนงานในโรงงานของกองทัพ สู่การเป็นยอดศิลปินในวัย 50, เป็นนักแสดงในวัย 60 และขึ้นรันเวย์แฟชั่นโด่งดังไปทั่วโลกก่อนอายุ 80 ปีเพียงไม่กี่เดือน


   
    
       เมื่อต้นปีที่ผ่านมาภาพ และรูปของชายสูงวัย หวังเต๋อซุน ได้ปรากฏในเว็บไซต์ต่างๆ มากมาย กับการเดินแฟชั่นโชว์รูปร่างกำยำล่ำสัน เพื่อแสดงเสื้อผ้าของดีไซเนอร์ชื่อดัง หูเซ่อกวง ระหว่างไชน่า แฟชั่น วีค คอลเลคชั่น ฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว จนทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมายว่า
คุณปู่คนนี้คือใครกันแน่

          

โดยชีวิตวันเด็กของ หวังเต๋อซุนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
 เพราะเขาต้องหาเลี้ยงตัวเองตั้งแต่อายุ 14 ปี 
และเคยเป็นคนงานโรงงานในเขตทหารเสิ่นหยางนานกว่า 10 ปี 



 หวังเต๋อซุน เป็นทั้งนักแสดงที่มีผลงานมากมาย ปรากฏตัวในหนังดังๆ มาแล้วหลายเรื่อง
 นอกจากนั้นก็ยังเป็นศิลปินแนว ศิลปะแสดงสด (Performance Art) 
ที่ได้รับการยอมรับในวงการศิลปะของจีนแผ่นดินใหญ่ … 
แต่ที่น่าทึ่งที่สุดก็คือความสำเร็จต่างๆ ในชีวิตของ หวังเต๋อซุน 
เพิ่งจะมาเกิดขึ้นในช่วงที่อาจจะเรียกว่า วัยชรา” แล้วทั้งนั้น
 ทั้งการเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยในวัยเกือบ 50,
 เล่นหนังเรื่องแรกก็อายุเกิน 60 ไปแล้ว
ก่อนจะได้ขึ้นรันเวย์แฟชั่นในตอนอายุเหยียบ 80 ปี






Jo Farkas วัย 87 ปี




คุณยาย Jo วัย 87 ปี คนนี้ในอดีตเธอทำงานเป็นนักจิตวิทยา
 ส่วนตัวแล้วเธอมีความหลงไหลในเรื่องของงานศิลปะเป็นอย่างมากเลยเชียวล่ะ
 เมื่อชีวิตของเธอเดินทางมาถึงจุดที่เธอไม่ต้องกังวลทั้งเรื่องลูกๆ แล้วก็เรื่องงานอีกต่อไป 

เธอจึงเดินทางออกตามฝันด้วยวัย 60 ปี 

เธอขับรถไปทางตอนเหนือของเมือง Gualala พร้อมกับซื้อบ้านหลังเล็กๆ ริมชายหาด
 เธอใช้ชีวิตอยู่กับการเขียนบทละครที่เธอชื่นชอบตลอดช่วง 20 ปีหลัง
 และแน่นอนว่าผลงานของเธอได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์
แถมยังกวาดรางวัลมาแล้วมากมาย





Katherine Lowry Logan วัย 64 ปี






Katherine นักเขียนรุ่นใหญ่ผู้ฝากผลงานนวนิยายแนวโรแมนติกเอาไว้หลายเรื่อง
 เธอคนนี้มีความใฝ่ฝันอยากจะวิ่งมาราธอน แต่นอนค่ะว่า
เธอไม่ได้ทำทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน 
เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเมื่อสามีของเธอเสียชีวิตไปหลังจากที่เธออยู่ในวงการงานเขียนนานถึง 10 ปี 
ในที่สุด Katherine วัย 61 ปี ได้เริ่มต้นการล่าฝันด้วยการเข้ารับการอบรม
 และเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งมาราธอน
 เธอบอกว่าการวิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้เริ่มต้นใหม่ 
และเธอคงอยู่ไม่ได้หากยังจมอยู่กับความเสียใจในการจากไปของคนที่เธอรัก

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

#ก้อนหินก้อนนั้นที่...



เพราะก้อนหินก้อนนั้นที่มีคนบอกฉันว่า...


"มัวแต่เก็บเอาทุกอย่างมาเป็นสาระ เอาใจไปใส่แต่สิ่งภายนอก
 ไม่เคยเอาใจใส่ภายในตัวเอง เธอจะเหนื่อยมากกว่าคนอื่นนะ"

บางทีเราก็เก็บอะไรก็ไม่รู้รอบๆ ตัวมาแบกไว้ 
โดยไม่คิดเลยว่า เรามีกำลังแบกได้แค่ไหน 
อะไรควรเก็บ อะไรไม่ควรเก็บ สักแต่ว่าเก็บจนบางครั้งกว่าจะรู้ตัวก็หนักจนเกินทนไหว
ซ้ำร้ายไม่รู้จะวางอย่างไร พอเกินกำลังกลับเผลอทิ้งสิ่งที่ควรเก็บไว้อีก...
แต่ก็น้อยคนนะที่จะวางหินที่มีได้หมด อย่างน้อยๆก็อาจมีหินก้อนเล็กๆอยู่ในมือโดยไม่รู้ตัว
บางทีเราก็ควรที่จะเลือกที่จะเก็บหินบางก้อนมาถือ
ใช่ว่าพอใครโยนหินมาเราก็ต้องรับไว้ทุกก้อน
เพราะสุดท้ายคนที่ลำบากก็เป็นตัวเรานั่นแหละ..
หนักจนหมดแรงที่จะเดินต่อ ถ้าก้อนหินก้อนไหนที่เบาลงแล้วก็ค่อยๆวางมันลง

ถ้าหินที่ถืออยู่มันหนัก ทำไมไม่วางลงละ 
วางแล้วก็เบาขี้น สบายใจขึ้น

บางคนก็พบว่าหินบางก้อนมันหนัก และเราเองก็แบกมันไว้นาน 
เกินกว่าที่จะปล่อยมันได้ในทันทีทันใด
ถ้าเกิดจู่ๆนึกจะวางแล้วปล่อยมันลงทันทีทั้งๆที่แบกมันมานาน 
ร่างกายอาจปรับสภาพไม่ทัน 
ก้อนหินก้อนนั้นก็คงไม่พ้นเท้าของเราเอง... 
บางทีอาจต้องใช้เวลาและกำลังใจ ใช้สติไตร่ตรองดูว่า 
เราแบกหินไว้ทำไม แบกไว้แล้วได้อะไร...
ไม่มีใครทำร้ายเราได้ เท่ากับใจของเราทำมันเอง 
พอจิตใจกล้าแข็งลองวางมันลงดู 
บางทีมันอาจเป็นเพียงเพราะใจเราเองที่คิดไปก็เท่านั้น..

หรือบางที เราก็ไม่จำเป็นต้องวางมันลง
แต่เรียนรู้ว่า เรามีก้อนหินก้อนนี้อยู่กับตัว
และเราจะทำอย่างไรดีให้เดินทางไปกับมันได้
โดยที่ ไม่คิดว่ามันจะทำให้ชีวิตเราหนักขึ้น น่าจะดีกว่า

ถ้าเปรียบก้อนหินเหมือนกับลูก 
ที่พ่อแม่พร้อมจะแบกภาระนั้นไว้ตลอดชีวิต
ไม่ว่าจะเจอมรสุม พายุ หรือน้ำหนักที่มากแค่ไหน
 พ่อแม่ก็ยินดีที่จะแบก และเดินทางไปกับมันให้ได้

ถ้าเปรียบก้อนหินเป็นความรัก 
เราอาจจะพบก้อนหินที่เรายินดีที่จะแบก
แต่ถ้าวันหนึ่งพบว่าก้อนหินก้อนนั้นไม่เหมาะกับเรา 
มันหนักเกินกว่ากำลังของเราจะรับไหว
ก็วางลงเถอะ...
เพราะยิ่งดึงดันที่จะถือไว้ ก็ตัวเรานี่แหละที่จะเจ็บปวด
เมื่อเวลาผ่านไป วันที่เราเข้มแข็งขึ้น
 ค่อยเดินทางหาก้อนหินของตัวเองอีกครั้ง
บางทีหากเราหันกลับไป....
 ก้อนหินก้อนนั้นอาจจะเจอกับเจ้าของมันแล้วก็ได้



สิ่งทุกอย่างในโลก มันถูกต้องของมันอยู่แล้ว
มีแต่ความเห็นของเราเท่านั้นที่ผิด 
#หลวงพ่อชา สุภัทโท

"การปล่อยวาง" 
ความจริงมันหมายความอย่างนี้
อุปมาเหมือนเราแบกก้อนหินหนักอยู่ก้อนหนึ่ง
แบกไปก็รู้สึกหนัก แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับมัน
ก็ได้แต่แบกอยู่นั่นแหละ
พอมีใครบอกว่าให้โยนมันทิ้งเสียซิ
ก็มาคิดอีกและว่า
เอ๊ะ! ถ้าเราโยนมันทิ้งเสียแล้ว
เราก็ไม่มีอะไรเหลือนะซิ
ก็เลยต้องแบกอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมทิ้ง

ถึงจะมีใครบอกว่า โยนทิ้งไปเถอะ
แล้วจะดีอย่างนั้น เป็นประโยชน์อย่างนี้
เราก็ยังไม่ยอมโยนอยู่นั่นแหละ
เพราะกลัวแต่ว่าจะไม่มีอะไรเหลือ ก็เลยแบกก้อนหินหนักไว้
จนเหนื่อยอ่อนเพลียเต็มทีจนแบกไม่ไหวแล้ว ก็เลยปล่อยมันตกลง

ตอนที่ปล่อยมันตกลงนี่แหละ
ก็เกิดความรู้เรื่องการปล่อยวางขึ้นมาเลย
เราจะรู้สึกสบาย แล้วก็รู้สึกได้ด้วยตัวเองว่า
การแบกก้อนหินนั้นมันหนักเพียงใด

แต่ตอนที่เราแบกอยุู่นั้น
เราไม่รู้หรอกว่า การปล่อยวางนั้น 
มันมีประโยชน์เพียงใด

...................